การเชื่อมต่อระบบ VoIP และ IP-PBX ทำได้อย่างไรและมีประโยชน์อะไรบ้าง

จาก Asterisk DIY - VoIP Opensource WiKi, สารานุกรมฟรี

Revision as of 20:55, 22 พฤษภาคม 2008; view current revision
←Older revision | Newer revision→
Jump to: navigation, search

การเชื่อมต่อโครงข่ายระบบ VoIP สามารถทำได้ในหลายหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความต้องการ และ ฟังก์ชั่นการทำงานที่ต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นแบบการเชื่อมต่อระหว่างสาขา, การเชื่อมต่อกับ VoIP Operator, หรือ ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ IP-PBX เป็นศูนย์กลาง

การเชื่อมต่ออาจแบ่งได้ง่ายๆตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้


สารบัญ

1. การโทรศัพท์ฟรีระหว่างสาขา

เป็นการเชื่อมต่อที่ง่ายที่สุด โดย เป็นการเชื่อมระบบโทรศัพท์ ตู้สาขา หรือ เครื่องโทรศัพท์ ระหว่างสาขาต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยอุปกรณ์จะทำการสื่อสารระหว่างกันเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้ อุปกรณ์อื่นๆ หรือ accountจาก operator หากแต่ในแต่ละสาขาจำเป็นต้องมี internet connection โดย เป็น แบบ leased line หรือ ADSL ก็ได้เพื่อทำให้อุปกรณ์ VoIP ในแต่ละสาขาติดต่อกันได้

ในการเชื่อมต่อนั้น อุปกรณ์ในแต่ละสาขาจำเป็นต้อง สามารถที่จะสื่อสารกันได้โดยตรง โดยอาจ Test โดยการ ping หากัน โดยถ้าเป็นสาขาเล็กอาจใช้ ADSL เป็นสื่อสัญญาณ แต่จะต้องทำการ setup ระบบ network ให้รองรับการทำงานของ SIP ซึ่งอาจทำได้โดยการใช้ PPPoE, VPN หรือ การทำ port forwared(ใช้ได้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น) ซึ่งทั้งนั้นทั้งนี้ การใช้งาน ADSL แบบ ธรรมดาที่ไม่ fix IP จะต้องทำใจเกี่ยวกับการ reset ของ สัญญาณ ADSL อย่างต่ำวันละ 1 ครั้ง ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่สามารถใช้งานระบบ VoIP ได้ ชั่วคราว

2. การโทรศัพท์ไปยังโทรศัพท์พื้นฐานราคาประหยัด

เป็นการใช้งาน ระบบ VoIP แบบ พื้นฐาน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ไปยัง เบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากค่าโทรศัพท์ผ่านระบบ VoIP ไปยังระบบ PSTN นั้นมีค่าบริการที่ประหยัดกว่าการโทรจาก PSTN -> PSTN เป็นอย่างมาก ยิ่งหากเป็นการโทรไปยังต่างประเทศแล้วนั้นยิ่งเป็นการประหยัดไปได้อย่างมาก

อนึ่งการใช้งานแบบ VoIP นั้นมีปัจจัยโดยตรงกับ การเชื่อมต่อกับ Internet หากมีการใช้งาน internet มากใช้ช่วงเวลานั้นๆ (ในบัาน/ในพื้นที่ให้บริการนั้นๆ) อาจก่อให้เกิดปัญหาในการชัดเจนในการรับฟังได้

ตัวอย่าวค่าโทรศัพท์ ไปยัง USA โดยผู้ให้บริการเจ้าต่างๆ
(จากวันที่ 23/5/2008)

CAT 001 9 บาท/นาที
CAT 009 5 บาท/นาที
CAT2CALL+ 5 บาท/นาที
TOT NetCall 1 บาท/นาที
ThaiTelephone 0.95 บาท/นาที
Mouthmun 0.75 บาท/นาที

3. ระบบโทรศัพท์ IP-PBX ในองค์กร

การทำงานระบบ IP-PBX ก็เป็นเหมือนการทำงานของตู้สาขาโทรศัพท์ (PABX) ทั้วไป โดยมีหน้าที่ทำการ ส่งCallไปยังเลขหมายปลายทางทั้งในและนอกองค์กร ซึ่งในแต่ละตู้สาขาอาจมี ฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มเติมอันหลากหลายซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและหรือการ์ดที่นำมาใช้งานร่วมกับตู้สาขานั้นๆ

ข้อแตกต่างระหว่าง IP-PABX กับ PABX นั้นจะเป็นลักษณะในการทำงานและHardware ต่างๆ โดยอาจสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

1. การส่งสัญญาณ
1.1 PABX ส่งสัญญาณไปยังหัวเครื่องโทรศัพท์ผ่านสายทองแดง แบบ 1:1 คือ 1คู่สาย สำหรับ 1 เครื่องโทรศัพท์ การส่งสัญญาณเป็นแบบ Analog
1.2 IP-PBX ใช้ระบบเครือข่าย LAN/WAN เป็นหลักในการส่งสัญญาณไปยังหัวเครื่องโทรศัพท์ (IP-PHONE) โดยส่วนใหญ่ส่งเป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์เนทเวอร์คแบบ IP

2. อุปกรณ์ Hardware
2.1 PABX ใช้วงจรไฟฟ้าในการทำงาน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละระบบ/brand ขึ้นอยู่กันการ Design ฉะนั้นจึงเป็นไปได้ยากในการใช้งานร่วมกันระหว่าง Brand และ อาจมีปัญหาในการ บำรุงรักษาในระยะยาว และการเพิ่มหรือปรับเปรี่ยนฟังก์ชั่นในการทำงานเป็นไปได้ยาก
2.2 IP-PBX ส่วนใหญ่เป็น Software ที่ทำงานบนอุปกรณ์ computer, เครื่อง Computer/server ฉะนั้นจึงง่ายในการดูแลรักษากว่า การเพิ่มเติมความสามารถสามารถทำได้ง่ายกว่า การขยายระบบทำได้ง่ายกว่ามาก

3. หัวเครื่องโทรศัพท์
3.1 ระบบ PABX สามารถใช้เครื่องโทรศัพท์ Analog จาก brand อะไรก็ได้ มีราคาที่ถูกมาก ถึง ปานกลาง
3.2 ระบบ IP-PBX ต้องใช้หัวเครื่องโทรศัพท์ที่รองรับ Protocol ของ VoIP ที่ใช้งานเท่านั้น ซึงอาจใช้หัวเครื่องจาก brand ไดก็ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการทำงานที่ต้องการด้วย  ราคาของหัวเครื่อง VoIP ในปัจจุบันมีราคาลดลงมากแล้ว หากแต่เมื่อเทียบกับหัวเครื่อง analog ก็ยังคงมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่
 
4. ฟังก์ชั้นในการทำงาน
4.1 ใน PABX นั้น ฟังก์ชั่นในการทำงาน ขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาด ของ PABX นั้นๆ โดย PABX รุ่นใหญ่โดยทั่วไปจะรองรับฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย และ สามารถเพิ่มเติมได้ หากแต่ในรุ่นเล็ก จะมีเฉพาะฟังก์ชั้นในการโทรศัพท์พื้นฐานเท่านั้น
4.2 ใน IP-PBX นั้นจะมี ฟังก์ชั่นการทำงาน มากกว่าระบบ PABX ทั่วๆไป แต่ยังคงขึ้นอยู่กับ รุ่น และ brand โดย ฟังก์ชั่นที่สำคัญที่เป็นจุดเด่น ของ VoIP มีดังต่อไปนี้

 - ส่งเสียงผ่านระบบเครือข่าย, ทำให้การโทรศัพท์ไปยังจุดใดๆในโลกที่มีการเชื่อมต่อกับระบบ network สามารถทำได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกเหนือจากการเชื่อมต่อ
- ในคอมพิวเตอร์แทนเครื่องโทรศัพท์ได้, เนื่องด้วยระบบ VoIP นั้นเป็นการเชื่อมต่อกับระบบ computer network โดยตรงฉะนั้นการทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์จึงเป็นไปได้ง่าย

4. การโทรศัพท์ระหว่างผู้ใช้งานหลายๆในแต่ละสถานที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เป็นการใช้งานโทรศัพท์ระบบ VoIP ผ่านผู้ให้บริการ โดย ผู้ใช้งานสามารถขอ Account จากผู้ให้บริการแล้วทำการ regiester เข้ากับโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ หัวโทรศัพท์แบบ VoIP ก็จะเสมือนมีเบอร์โทรศัพท์ในระบบของผู้ให้บริการนั้นๆ และสามารถทำการโทรไปยังบุคคลใดก็ไดที่อยู่ในระบบเดียวกันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย