อะไรคือระบบ IP-PBX
IP-PBX เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมโยง ควบคุมเครื่องโทรศัพท์ในระบบ และทำหน้าที่หลักของตู้ชุมสายโทรศัพท์ (เช่นระบบ Voicemail, IVR, Auto-Attendant) ในการสื่อสารทางเสียงผ่านระบบเครือข่าย Intranet หรือ Internet.
โดยการทำงานของ IP-PBX นั้น จะทำหน้าที่เหมือนตู้ชุมสาย PABX โดยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการทำงาน เช่นการ Route Call ไปยังปลายทาง
หากแต่ IP-PBX นั้นจะทำงานผ่านระบบ IP หรือระบบ Computer Network (LAN/WAN) เป็นหลัก
ฉะนั้นในการส่งเสียงไปยังปลายทาง จำเป็นต้องส่งผ่านระบบ Computer Network โดยเสียงที่จะส่งจะต้องถูกแปลงไปเป็นรูปแบบ Digital โดยอุปกรณ์ VoIP ที่สามารถส่งสัญญาณผ่านระบบ Network ได้ ก่อนที่จะถูกแปลงเป็นสัญญาณเสียงอีกครั้งที่อุปกรณ์ปลายทาง
โดยอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานกับตู้สาขา IP-PBX นั้น จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานแบบ VoIP ซึ่งมีดังนี้
1. IP-Phone หรือเครื่องโทรศัพท์ระบบ IP 2. ATA หรือเครื่องแปลงสัญญาณ VoIP ให้เป็นสัญญาณ Voice Analog 3. Softphone หรือโปรแกรมโทรศัพท์ที่สามารถติดตั้งได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ SmartPhone ต่างๆ เช่น Andriod (Ex. Galaxy Note), iPhone, iPad 4. VideoPhone หรือหัวเครื่องโทรศัพท์ระบบ IP แบบทีสามารถส่งภาพได้ 5. ETC.
ประโยชน์และข้อดี
1. ง่ายต่อการติดตั้ง เนี่องด้วยการทำงานของ IP-PBX นั้น ต้องทำงานบนระบบ Network ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเดินสายโทรศัพท์เพิ่มเติม อีกทั้งยังสามารถทำการย้ายเครื่องโทรศัพท์ไปยังตำแหน่งใดๆก็ได้ที่อยู่บนระบบเครือข่ายเดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่าอะไรเลยบนเครื่องโทรศัพท์และระบบเครือข่าย หากมีระบบ Wireless-Lan อยู่ในระบบเครือข่ายก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Wireless ที่มีอยู่ได้โดยง่าย (Wifi Phone)
2. การเพิ่ม Phone ทำได้โดยง่าย เนื่องด้วยทำงานบนระบบ Network ฉะนั้นการเพิ่มหัวเครื่องโทรศัพท์จึงเหมือนการติดเครื่อง PC ใหม่ในระบบเท่านั้น จะไม่ตายตัวกับจำนวนพอร์ทบนตู้ชุมสายเหมือนในระบบ Legacy-PABX ทั้งนี้การเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับเครื่อง IP-PBX ด้วยว่าสามารถรองรับการทำงานได้เพียงพอหรือไม่
3. ประโยชน์ของระบบ Internet และ Intranet ระบบ IP-PBX ได้รับประโยชน์โดยตรงจากระบบเครือข่าย คือ หากมีการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายเข้าด้วยกันแล้วนั้น ไม่ว่าเครื่องโทรศัพท์จะอยู่ในที่แห่งใดๆในระบบ ก็เสมือนว่าอยู่ในระบบโทรศัพท์เดียวกัน การโทรศัพท์จึงเป็นไปได้โดยง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์บนระบบ IP-PBX เดียวกันไม่ว่าจะอยู่ในที่ใดๆก็ตาม
4. รองรับระบบ Video Call สามารถรองรับการโทรศัพท์แบบเห็นภาพได้ทันทีหากมีอุปกรณ์ที่รองรับในทั้งสองคู่สนทนา
5. รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Database, ระบบ Computer เนื่องด้วย IP-PBX ส่วนใหญ่เป็น Software ฉะนั้นการเพิ่มเติม Feature ต่างๆ จึงเป็นไปได้โดยง่าย ฉะนั้น Application ต่างๆที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากบนระบบ Legacy-PBX จึงสามารถทำได้บนระบบ IP-PBX
6. การ Maintenance สามารถทำได้ง่ายกว่าระบบ Legacy-pabx ทั่วไปในกรณีที่ IP-PBX นั้นๆทำงานบน Server
7. รองรับระบบ High Availability เพื่อลดเวลาที่ระบบจะเกิดปัญหาและต้องหยุดให้บริการ
8. สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ VoIP-Operator ได้โดยตรง เพื่อทำให้สามารถโทรศัพท์ไปยังระบบโทรศัพท์ได้ในราคาที่ประหยัดกว่ามาก
9. รองรับการใช้งานในอนาคต สามารถทำงานร่วมกันในทั้งระบบ Voice/Data/Video
10. มีความปลอดภัยมากกว่าในการส่งข้อมูลเสียง รองรับการ Encryption เสียงที่วิ่งผ่านระบบเครือข่ายได้
ข้อด้อยหรือสิ่งที่จะต้องมีเพิ่มเติมในระบบ
1. ราคาอุปกรณ์ที่สูงกว่าระบบเดิมๆ
2. จำเป็นต้องมีระบบเครือข่าย การติดตั้งมีความซับซ้อนมากกว่าระบบ PABX ทั่วไป
3. จำเป็นต้องมีการ Config ระบบเครือข่ายเพิ่มเติมในกรณีที่มีข้อมูลวิ่งอยู่บนระบบมากๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าคุณภาพเสียงจะไม่มีปัญหา
4. จำเป็นต้องใช้ไฟในทุกหัวเครื่องโทรศัพท์ ฉะนั้นอาจมีปัญหาในกรณีที่มีไฟฟ้าดับ ซึ่งแก้ปัญหาได้โดยใช้อุปกรณ์เครือข่ายที่สามารถจ่ายไฟฟ้าไปยังหัวเครื่องได้ (PoE switch)
ตัวอย่าง IP-PBX ในไทย
IP-PBX ในที่มีขายในไทย
Plextel IP-PBX
3G / 4G กับการใช้งาน VoIP
หากการประมูล 3G ในไทยไม่มีเหตุการณ์อะไรอีก เราคนไทยคงจะได้ใช้ 3G อย่างเต็มประสิทธิภาพเสียที ซึ่งในคราวนี้ กสทช จะให้มีการประมูลในย่านความถึ่ 2100Mhz โดยมีการประมูลเป็นช่วง ช่วงละ 5 Mhz จากทั้งหมด 45 Mhz (ราคาเริ่มต้น 4500 ล้านต่อ 5 Mhz)
ซึ่งหมายความว่าหาก Operator เจ้าใหญ่ของประเทศได้ส่วนแบ่งเท่าๆกัน คนละ 15 Mhz ก็จะมี Bandwidth เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่ต้องเอา Bandwidth ของ Voice มาให้กับ 3G
พอ Bandwidth เพียงพอแน่นอนแล้ว ความเร็วของการใช้งาน 3G ของเราๆ ก็จะมีความนิ่งและเร็วขึ้นอย่างแน่นอน ที่จะทำให้การทำงานของระบบ VoIP บนเครือข่าย 3G นั้น ทำงานได้อย่างจริงๆจังๆกันแล้ว
Application ที่สามารถใข้งานได้ จะมีเช่น
1. ระบบ Remote extensions หรือเบอร์โทรศัพท์ของตู้สาขาบนเครื่องโทรศัพท์มือถือ 2. ระบบ Video Call ที่ทำให้การโทรศัพท์เป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปเป็นอย่างมาก เราสามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวให้กับคู่สนทนาที่อยู่ตรงข้ามได้ทันที นอกเหนือจากการคุยโทรศัพท์ทัวไป เราจะสามารถทำงานอื่นๆเช่น การแสดงภาพสิ่งของต่างๆ ภาพของอูปกรณ์ที่ต้องการให้ซ่อมแซม ภาพของที่ต้องการซื้่อ และอื่นๆอีกมากมาย 3. ระบบ Video Conference นึกดูว่าถ้าเราเข้าประชุมไม่ทันเนื่องจากรถติด หรืออยู่ต่างจังหวัด ต่อไปเราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการเข้าร่วมประชุมในห้องประชุมได้ จะดีแค่ไหน 4. ระบบ IVR 5. และอื่นๆอีกมากมาย
